ในวันที่เกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผมเข้าเวรดึก วันนั้นฝนตกผมออกจากบ้านเร็วก่อนออกมาก็ดูทีวีก็ยังเป็นรายการปกติ พออกมาสักพักประมาณ 10 นาที ข้างบ้านเป็นทหารอากาศโทรมาบอกว่า เฮ้ยโย... มีปฏิวัติว่ะ ผมก็งงอะไรไม่รู้เรื่องเลย เพราะออกจากบ้านมาก็เห็นทีวีปกติทีแรกก็คิดว่าคงแกล้งอำ พอขับรถมาถึงอุโมงค์บางเขนก็เห็นรถ gmc ทหารพร้อมกำลังพล แล้วก็เริ่มมีขับรถจี๊บราดตระเวณ พอมาถึงทางขึ้นสะพานแยกเกษตรรถ GMC กับรถบรรทุกวิ่งมาแล้วก็จอดขวางถนนผมก็งงแล้วก็ขับหลบไป บ่นในใจว่าแม่งขับส้นตีนอะไรว่ะเนี้ยแล้วก็จอดดูกำลังลงจากรถมายืนแล้วผมก็นึกว่า สงสัยรถเสีย ก็ขับไปทำงานตามปกติ พอมาถึงที่ทำงานโอ้แม่จ้าว รถถังจอดหน้าตึก ทหารยืนกันเพียบไม่ให้ผมเข้าตึกบอกขอตรวจค้นก่อน ผมก็ให้ดูบัตรพนักงานแต่เขาก็ยืนยันจะค้น ผมก็ให้ตรวจค้นแล้วก็ถึงปล่อยให้เข้าตึก พอมาถึงลานจอดรถโอ้......พระเจ้า... มีทหารประมาณ 50 นาย เต็มไปหมดพร้อมรถบรรทุกจอดอีก 2-3 คัน รถจี๊บ เท่านั้นไม่พอบนตึกก็มีแต่ทหารเต็มไปหมด รปภ. หายเหลือแต่ทหารทำงานแทน รปภ. ขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นที่ทำงาน มีทหาราคอยตอนรับตรวจค้นอีกที แล้วก็ในห้องข่าวมีทหารถือ M16 เดินกันให้วุ้นวายไปหมด

ผมมองที่หน้าจอทีวีในห้อง MCR (ห้องออกอากาศ) โอ้.... นี่ปฏิวัติจริงๆนี่หว้า... ยึดอำนาจประชาชน แล้วยังยึดสถานีโทรทัศน์ ปิดกั้นการรับรู้ข่าวสาร ผมก็เดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันก็ทะยอยเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ ไปดูว่าช่องไหนโดนยึดไปแล้วมั้ง มีเนชั่น ที่โดนปิดเป็นช่องสุดท้ายมั้งถ้าจำไม่ผิดกำลังรายกงานว่ามีรถถึงวิ่งไปที่สถานีเขาและเต็มในกรุงเทพ และอีกไม่นานก็โดนยึด
ตอนที่มายึดช่องผม ทหารมาพร้อมกำลังพลข้างล่าง และมานายทหารเดินมากัลพลทหารอีก 2-4 คน พร้อม M16 เดินเข้ามาบอกว่า ขอความร่วมมือให้ยุติการออกอากาศและเชื่อมสัญญษณไปที่ช่อง 5 แทน ทางสถานีผมถามว่าทำไมต้องปิดกั้นข่าวสารประชาชน และทำไมต้องให้ยุติการออกอากาศทำไมไม่ให้เราทำหน้าที่ของเราตามปกติ เขาบอกว่าเราขอความร่วมมือซึ่งจะให้หรือไม่ให้ก็ไม่เป็นไรแต่ตอนนี้เรายึดไปทุกช่องแล้ว และต้องทำตามเพราะจะมีประกาศจากคณะปฏิวัติ อีกไม่นานกรุณาทำตามด้วยความสมัครใจ (เหมือนบังคับเคย) แล้วก็ต้องปล่อยให้เขายึดเพราะอะไรก็คงไม่ต้องบอก แล้วก็มีประกาศของคณะปฏิวัติออกมาเรื่อยๆ พร้องกับการออกกฏนั้นกฏนี่มาบังคับใช้

ผมก็โทรไปบอกที่บ้านที่ต่างจังหวัดเขาก็งงกันแล้วมาเปิดทีวีดู โทรบอกเพื่อนที่อยู่ในกรุงเทพว่าพรุ่งนี้อาจจะหยุดงานเพราะมีปฏิวัติ บางคนก็รู้แล้วถ้าดูทีวีบางคนก็ไม่รู้ก็ งงๆ กันไป แต่พอรุ่งเช้าภาพที่ผมเห็นกลับมากลุ่มคนนำดอกไม้และอาหารน้ำดื่ม และแสดงความยินดีกับการปฏิวัติยึดอำนาจในครั้งนี้ ซึ้งไม่ไม่ใช้กลุ่มคนพวกนี้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุก กลายเป็นกระแสคลั่งทหารปฏิวัติไปซะงั้น แล้วก็บอกว่าดีแล้วที่ปฏิวัติ เพราะทักษิณโกงชาติ ผมถามเพื่อนหญิงคนหนึ่งที่ผมกำลังจีบอยู่ในตอนนั้นเขาเอาดอกไม้ไปให้ทหาร แล้วผมถามว่าทักษิณโกงอะไร เขาตอบว่าไม่รู้ แต่ว่าเขาบอกว่าโกงชาติ ขายประเทศ ไม่งั้นไม่มีปฏิวัติหรอก งั้นก็แสดงว่าเขาเชื่อในสิ่งที่ไมรู้จริงน่ะซิ ผมเลิกคบไปเลยจนถึงทุกวันนี้
ผ่านไปแล้ว 3 ปีอีกไม่กี่เดือนก็จะครบ 4 ปีในการปฏิวัติปัญหาความแตกแยกของคนไทยก็ยังไม่จบ ปัญหาที่บอกว่ามีคนโกงชาติหลักฐานก็ยังไม่เจอ มีแต่มูลเหตุที่บอกว่าโกงแล้วก็ใส่ร้ายป้ายสี ถ้าโกงชาติจริงป่านนี้คงไม่มีใครรักและชื่นชอบกันขนาดนี้ ถึงกับออกมาต่อต้านกันเป็นล้านๆ มาตรฐานเมืองไทยตอนนี้ก็ยังเหมือนอยู่ในระบบปฏิวัติอยู่ แม้จะบอกว่ามีการเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่เห็นการเมืองไทย ทหารก็ยังมีอำนาจอยู่

ประชาชนที่ล้มตายในการต่อต้านกลับกลายเป็นผู้ก่อการร้าย ประชาชนผู้สร้างปัญหาและเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติกลายเป็นผู้ก่อการดี ทำเพื่อปกป้องประเทศจากการค้ดโกงของใครจริงอย่างนั้นหรือ ? หากย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นคืออะไร ใครเป็นใคร เริ่มต้นและจบ สิ่งที่เห็นจริงหรือไม่จริง สิ่งที่ทำเชื่อหรือว่าจริงและไม่จริง บางคนยังตอบไม่ได้เลยว่าจริงหรือไม่ แต่จะพูดว่าเขาว่า.... แล้วเขาคนนั้นเชื่อได้แค่ไหน และเขาคนนั้นเป็นใคร?

ที่ผมเขียนคือเล่าเหตุการณ์ในวันที่เกิดการปฏิวัติให้ฟังเท่านั้น ในมุมมองที่ผมเจอ ส่วนใครจะเห็นต่างจากผมก็แล้วแต่จะว่ากันไปเพราะใรมุมของผมคุณก็มองไม่เห็นและในมุมของคุณผมก็มองไม่เห็น คงได้แค่เพียงเล่าสู่กันฟัง


